How to Move On จากความรักครั้งเก่า แล้วเป็นคนใหม่ที่ใครก็อยากเข้าหา

Sharing is caring!

  หนึ่งในเหตุผลที่ใครหลายคนยัง Move on กับความรักครั้งเก่าไม่ได้ อาจเป็นเพราะความหอมหวานกับภาพความทรงจำในวันเก่าๆ ที่มีแต่ภาพของความสุข แต่ฉันใดก็ฉันนั้น ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน หากมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง รักที่เคยหวานก็อาจจะมีความขมปนเจ็บปวด (ใจ) เข้ามาด้วย เอาเป็นว่า หากใครที่กำลังจมอยู่กับรักครั้งเก่า ที่มองไปทางไหนก็ไม่สามารถหลุดพ้นกับความคิดที่ว่า “เขาจะกลับมาหาเรา” คุณอาจจะต้องปรับ Mide set เสียใหม่ ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินแก้! 

   สิ่งที่สามารถเปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ได้นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับตัวคุณเองทั้งนั้น เพียงบอกตัวเองว่าคุณทำได้ การหลุดพ้นกับความรักในครั้งนี้ก็เหมือนดีดนิ้วให้หายได้ในพริบตา 

  1. รักตัวเองให้พอ กอดตัวเองให้มาก

   ความ ‘เพ้อ’ เพราะรักจาก เป็นของคู่กัน หากคุณต้องการที่จะให้เวลากับความรักที่เพิ่งสูญเสียไป คุณอาจจะต้องตั้งนาฬิกาทรายชีวิตให้กับตัวเองสักนิด ซึ่งหมายถึงว่า คุณสามารถให้เวลาตัวเองเสียใจได้ จะสามวัน สี่วัน หรือหนึ่งอาทิตย์ เศร้าให้สุด ร้องไห้ให้พอ แต่เวลาต่อจากนั้นคือเวลาที่คุณจะต้องรักตัวเอง และกอดตัวเองให้มาก คิดเสียว่า ถ้าเขาคู่กับเราจริง สักวันหนึ่งก็ต้องวนเวียนมาเจอกันอีก ช่วงเวลานี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ฟ้าบอกให้เราลองไปเปิดโลก เรียนรู้ชีวิต และหาประสบการณ์ใหม่ๆ สักวันหนึ่งเมื่อเราสองคนพร้อมที่จะ ‘รักกัน’ มากกว่านี้ ก็อาจจะกลับมาพบกันอีกก็เป็นได้ 

 

  1. ออกไปเจอเพื่อน หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว

   การอยู่คนเดียวนั้น ‘น่ากลัว’ เป็นอย่างมาก เพราะอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ก็จะฟุ้งซ่านและคิดถึงเขาเป็นเสียทุกที ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณไม่อาจหลุดพ้นจากรักครั้งนี้ได้ ทางที่ดีที่สุด ลองหาเวลาออกไปเดินเล่นนอกบ้านไปชมนก ชมไม้ ชมธรรมชาติ และหนีบเพื่อนๆ ไปด้วยสักสองสามคน เพราะการได้ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ยังจะช่วยทำให้เราลืมไปได้บ้าง เรียกว่า ค่อยๆ ทำ เดี๋ยวก็หายและก็ชินไปเอง เผลอๆ การออกไปทำนั่นนี่โน่น ยังจะทำให้คุณได้เห็นถึงความสวยงามของโลก ว่ายังมีอีกหลากหลายสิ่งที่ให้คุณได้ทำ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเจอ Passion กับการทำอะไรบางอย่างที่อาจทำให้ลืมรักเก่าไปเลยก็ได้นะ 

 

  1. เปิดใจ ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อการพัฒนาตัวเอง 

   เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “แล้วเวลาจะช่วยรักษาใจเราเอง” แต่บางครั้งเวลาก็ผ่านไปช้าเหลือเกิน จนคุณเฝ้าแต่คิดว่าเมื่อไหร่เราจะดีขึ้นสักที สำหรับเรื่องนี้ หากคุณยังจดจ่ออยู่กับเวลาและยังวนเวียนคิดถึงแต่เรื่องอดีตของ ‘เรา’ ตัวคุณเองก็จะไม่สามารถข้ามผ่านเวลาอย่างที่ใจต้องการได้ ฉะนั้นแล้ว ทางที่ดีที่สุด คุณจะต้องเลิกนับวันเวลา และไม่ควรคิดถึงแต่เรื่องในอดีต เพราะในอนาคตมีเรื่องที่ดีงามอื่นๆ ที่รอคุณให้ไปเรียนรู้อยู่ เอาเป็นว่า คุณต้องตั้งมั่นและบอกใจตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณจะมีชีวิตใหม่ หาเป้าหมายในชีวิต ลองเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน และเริ่มพัฒนาตัวเองให้เป็นคุณในเวอร์ชันที่ดีที่สุด เชื่อเถอะว่า แล้วเรื่องดีๆ จะแวะเข้ามาหาตัวคุณเองอย่างไม่ทันตั้งใจ